msgbartop
เรื่อยๆ เปื่อยๆ กับ kasemsakk
msgbarbottom

03 ต.ค. 17 First Impression อันสุดแสนประทับใจกับธนาคารทิสโก้

สรุปสำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านคนบ่นอะไรก็ไม่รู้…

  • ไปธ.ทิสโก้ สาขาพารากอน เพื่อสมัคร Mobile Banking และปรับสมุด หลังทิสโก้ควบรวมกิจการของสแตนดาร์ดฯ เรียบร้อย
  • ลูกค้ามาก / ระบบเรียกคิวมั่ว / รอคิวนานเป็นชั่วโมง
  • มีคนลัดคิวไปถามพนักงาน แล้วพนักงานดำเนินการให้ทันที
  • เป็นปัญหาเรื่องพนักงานไม่สนใจ กับลูกค้าไม่ยอมถาม

หลังจาก ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ขายกิจการรายย่อยให้กับ ธ.ทิสโก้ ลูกค้าอย่างผมก็ต้องย้ายบัญชีตามไปกับเขาด้วย จะไปฝืนก็ไม่ได้หนะนะ

ไอ้เราก็ทำเรื่องอะไรเรียบร้อยตั้งแต่เดือนกันยา ได้สมุดบัญชี 2 เล่มของทิสโก้พร้อมบัตรเดบิต แต่ก็ยังต้องรอวันที่ 2 ตุลาถึงจะใช้งานอะไรได้

พอมาวันที่ 2 ตุลา ก็ไปที่ทิสโก้สาขาห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสยาม (บอกชื่อไปเลยไหม!) ไปถึงประมาณทุ่มนิดๆ ตามคาด คนล้นออกมานอกสาขา (เพราะเป็นธนาคารเล็กๆ ที่นั่งไม่มากเท่าไหร่) แต่คิดว่าแค่มาปรับสมุดกับสมัคร Mobile Banking ไม่น่านาน เสร็จแล้วค่อยไปกินข้าว

แต่ระบบคิวชวนงงมาก เพราะทุกคิว ทุกธุรกรรม เรียกไปที่เคาท์เตอร์ 1-2 หมด อาจเข้าใจได้ว่าแบงก์ใกล้ปิดแล้วเลยเปิดแค่นั้น แต่โอ้โห พนักงานประมาณ 5-6 คน อยู่เคาท์เตอร์ 2 หน้าเคาท์เตอร์คอยเรียกคิวกับวิ่งไปมาอีก 2 ยืนกดมือถือตรงโต๊ะฝั่งเปิดบัญชีอีก 2 คน ทำงานก็แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ มาก ความกระตือรือล้นแทบเป็นศูนย์ ลูกค้าก็นั่งรอไป

ทุ่มครึ่งก็แล้ว ทุ่มสี่สิบห้าก็แล้ว สองทุ่มก็แล้ว คิวไม่มีวี่แววจะใกล้ เลยย้ายไปนั่งตรงโต๊ะฝั่งเปิดบัญชี พอสักสองทุ่มสิบกว่าๆ เหลือบไปเห็นที่โต๊ะมีคนถามว่าเปิด Mobile Banking ยังไง แล้วพนักงานก็ทำให้เลย เหลือบไปดูบัตรคิว อ้าว คิวหลังกูอีก 2-3 คิวเลยหนิ

ปรี๊ดแตกสิ รอมาเป็นชั่วโมง ข้าวก็ไม่ได้กิน แล้วคิวที่กดมาจะกดทำไม?

เลยถามพนักงานไปว่า “สมัคร Mobile Banking ไม่ต้องรอบัตรคิวเหรอ” (น้ำเสียงหงุดหงิด ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยหงุดหงิดใส่ชาวบ้านแบบต่อหน้านะ) พนักงานก็ตอบมาประมาณว่าคิวมันแยกออกจากกัน (อ้าว!?) แต่ก็สมัครได้เลย (ยังไง?) พนักงานก็ขอบัตรประชาชน (ไปสองคน แต่ขอคนเดียว เอาสิ) พร้อมสมุดบัญชีอีก 4 เล่ม (โดยไม่ถามอะไรสักคำ) แล้วก็เชิญไปที่เคาท์เตอร์ขวาสุดเพื่อนั่งรอต่อไป

สักพัก ก็เอาใบสมัครมาให้เซ็น แล้วก็ให้กรอกเบอร์มือถือ เลขบัตรประชาชน และเลขบัญชี…

แต่ สมุดบัญชีก็อยู่กับพนักงาน แถมเลขบัญชีทิสโก้ดันไม่เหมือนธนาคารหลักๆ ใครจะไปจำได้ล่ะ? พนักงานเลขเอาสมุดบัญชีมาให้กรอก แล้วก็บอกว่ารอรหัส OTP ที่จะส่งมาให้ แล้วก็หายไป…

สักพักพอประมาณ ค่อยมาถามว่าได้ OTP ยัง ให้เอาไปกรอกในแอพเพื่อลงทะเบียนเลย แหม่ ไม่บอกตอนรหัสหมดอายุเลยล่ะ? พอตอนสมัครก็ให้ใช้ User มีเลข Password มีอักขระพิเศษ แต่ในระบบไม่เห็นบอกเลย ทำไมต้องเชื่อพนักงานล่ะ? แล้วดันใช้ได้ด้วยนะ…

แล้วพอจะสมัครคนที่สองก็ต้องให้ถามว่าสมัครยังไง ค่อยขอบัตรประชาชนไปทำให้ (นี่ไม่คิดจะถามเลยสินะ) พอตอนรอ OTP รอซะนาน นานขนาดพนักงานมาถามรอบที่ 3 ถึงส่งมาให้

แล้วพนักงงานท่านก็เอาสมุดบัญชีไปดองไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ กว่าจะได้สมุดคืนจนออกจากธนาคาร ปาไปเกือบสองทุ่มครึ่ง…ชั่วโมงกว่าๆ ไม่ได้เหี้ยอะไรเลย ประทับใจสุดๆ พอดีกับ SCB ขยายวงเงินบัญชีออมทรัพย์อีซี่เป็น 2 แสนพอดี จะรอช้าอยู่ใย ย้ายสิฮะ!


บ่นแบบไม่รู้เรื่องมาตั้งนาน มาสรุปข้อสังเกตดีกว่า

  • ทิสโก้มีเวลาเตรียมการย้ายลูกค้ามาหลายเดือน (กระบวนการตั้งแต่ซื้อกิจการจนโอนถ่ายเสร็จสิ้นประมาณ 10 เดือน) แน่นอนว่าลูกค้าบางส่วนก็รอให้โอนถ่ายก่อนแล้วค่อยไปติดต่อทีเดียว ทำให้วันแรกมีลูกค้ามาก
  • ประกอบกับการบริหารจัดการคิวไม่ได้เรื่อง พนักงานที่ยืนอยู่ก็กดมือถือไป ไม่เข้ามาถามอะไรลูกค้าเลย ก็เละสิฮะ
  • เหตุการณ์นี้เหมือนเป็นกรณีศึกษาในการรับมือกับลูกค้าปริมาณมากๆ ซึ่งพอรอนานๆ แล้วเห็นพนักงานทำเหมือนไม่มีความกระตือรือล้น ทั้งการไม่เข้ามาถาม หรือกดมือถือ (ซึ่งอาจเป็นกระบวนการทำงานอยู่ก็ได้ – มองแง่ดีแล้วนะ!) มันก็ทำให้ความรู้สึกของลูกค้าก็เป็นไปในทางลบได้
  • จริงๆ พอเห็นลูกค้ามาจำนวนมาก แล้วตัวเองก็ยืนกดมือถือไป (ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นการทำงานหรือคุยเล่น ลูกค้าหงุดหงิดแน่) ก็ควรทำแบบที่หลายๆ ธนาคารทำเวลามีลูกค้ามาก เดินเข้าไปถามเลยมากพอเห็นลูกค้ามีมากๆ ก็ควรเข้าไปสอบถามว่าจะทำรายการอะไร เพราะทุกคนไม่ได้ต้องการติดต่อที่หน้าเคาท์เตอร์ ทำ Mobile Banking หรือโอนถ่ายบัญชีก็ควรถามแล้วแจกเอกสารให้ไปกรอกก่อนแล้วค่อยทำตามคิวก็ได้
  • แต่การทำแบบนี้ก็อาจถูกมองได้ว่าเป็นการลัดคิวลูกค้า ฉะนั้นการเอาใจใส่ลูกค้าที่เข้ามาก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ อาจไม่ต้องตามติดจ้องตาเป็นมัน แค่หมั่นสังเกตก็เพียงพอ
  • ส่วนลูกค้าเอง ก็ควรเลิกทำตัวเป็นคนดีรอคิว นานมากๆ ก็เดินเข้าไปถามพนักงานเลย แม้จะไม่ถึงคิวตัวเองก็เถอะ ไม่งั้นก็รอต่อไปจนรากงอกเถอะ ใครดีใครได้แล้วกันนะ!

สรุป ข้อเตือนใจสำคัญของเรื่องนี้ คือ เดินเข้าไปถามพนักงานเลยถ้ามันนานเกินควร และ อย่าไปทำธุรกรรมการเงินในวันแรกๆ

เพราะมันจะมีเรื่องน่าหงุดหงิดแบบนี้แหละ!

ส่วนตอนนี้ก็ขอย้ายเงินออกไปก่อนนะจ๊ะ ไว้อารมณ์ดีๆ ค่อยกลับมาใหม่แล้วกันนะ

tisco

 

Tags: ,

18 ก.ย. 17 ลองเล่น e-wallet PromptPay : ช่องทางผ่องถ่ายเงินจาก e-wallet ที่ไม่มีค่าธรรมเนียม

ตอนนี้เรื่อง e-payment กับ e-money กลายเป็นกระแสที่ตอนนี้หลายฝ่าย (โดยเฉพาะภาครัฐ) ให้ความสนใจกันมาก ไล่มาตั้งแต่ PromptPay ต่อยอดมา QR PromptPay

จนตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานทางการเงินอื่นๆ ประกาศว่าได้พัฒนาบริการเชื่อมโยงระบบ e-wallet เข้ากับระบบ PromptPay ตั้งแต่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณในการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และหันมาใช้เงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น แล้วยังช่วยลดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเข้า-ออกจาก e-wallet ที่บางเจ้าคิดได้มหาโหดมาก

จากรายชื่อเบื้องต้น มี 10 ธนาคาร บวกกับ 2 ผู้ให้บริการ e-wallet นั่นคือ mPAY กับ TrueMoney นั่นเอง (ล่าสุดเห็นว่า DeepPocket กับ BluePay เปิดให้บริการแล้วเหมือนกัน)

คราวนี้ก็เลยอยากลองของสักหน่อยว่าการโอนเงินเข้าออกมันจะเป็นยังไง ตามประสาหนูลองยา

เบื้องต้นบริการที่เปิดก่อนนั่นคือค่ายเจ้าสัวก่อน แต่ขั้นแรกต้องลงทะเบียนที่แอพ

  • ใช้รหัสหลักบัตร 12 หลัก
  • ใส่ข้อมูลส่วนตัว
  • เซ็นชื่อ

แล้วก็ไปยืนยันตัวตนที่ตู้ทรูมันนี่ ตามนี้

ส่วนค่ายเขียวนั้น ลงทะเบียนผ่านแอพเหมือนกัน ขั้นตอนเหมือนๆ กัน แล้วไปยืนยันตัวตนที่ AIS Shop (ซึ่งยังไม่ได้ไปลอง)

และเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อย ก็จะได้หมายเลข e-wallet 15 หลัก (ซึ่งเป็นรหัสพร้อมเพย์ด้วย) โดย 5 หลักแรกจะเป็นของแต่ละเจ้า ส่วน 10 หลักหลังคือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับ e-wallet ซึ่งของ mPay ขึ้นต้นด้วย 11000 ส่วน TrueMoney ขึ้นด้วย 14000

truemoney

mpay e-wallet ID ของ TrueMoney และ mPAY

แน่นอนว่าเมื่อมันกลายเป็นพร้อมเพย์ ก็ย่อมมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ารหัสพร้อมเพย์อื่น ทั้งการโอนเงินเข้าออกแบบทันที ไม่มีค่าธรรมเนียมถ้าไม่เกิน 5,000 บาท และไม่มีขั้นต่ำ

history

โอนได้ยันหลักสตางค์!

ซึ่งจากการสำรวจพบว่าแอพบนมือถือของหลายธนาคาร มีเมนู “เติมเงินพร้อมเพย์” หรือ “เติมเงิน e-wallet” แล้ว ซึ่งก็สามารถใช้งานได้ทันที

scb

bay
bbl
kbankแต่ละแอพเริ่มอัพเดตเมนูกันแล้ว

แต่บนหน้าเว็บนี่แหละที่เป็นปัญหา!

เพราะการเติมเงินหรือโอนเงินบนหน้าเว็บ หลายธนาคารต้องเพิ่มผู้ให้บริการก่อน ซึ่งแน่นอนว่าไม่สะดวกสำหรับการโอนรายครั้ง

รวมทั้งเมนู บางธนาคารเอาไปใส่ไว้ใน “เติมเงิน” บางธนาคารใส่ใน “โอนเงิน” บางธนาคารก็ไม่มีเมนูนี้เลย!

ก็คงต้องให้เวลากันต่อไป เพราะมันเป็นแค่การเริ่มต้น

ซึ่งพอลองสรุปเป็นข้อๆ ดู ก็มีข้อน่าสนใจและข้อสังเกตเหมือนกัน

  • ตัดปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมเติมเงินเข้า e-wallet (แม้ส่วนใหญ่จะไม่คิด) และการโอนเงินออกจาก e-wallet (ซึ่งนี่แหละปัญหาใหญ่ หลายค่าคิดค่าธรรมเนียมได้โหดมาก แถมต้องรออีก)
  • แก้ปัญหาการเติมเงินเข้า e-wallet ขั้นต่ำ ซึ่งการเติมเงินผ่านธนาคารปกติหลายเจ้าต้องเติมขั้นต่ำ 100 บาท แต่พอกลายเป็นพร้อมเพย์ก็ไม่มีขั้นต่ำ โอนหลักสตางค์ยังได้เลย!
  • ในเบื้องต้นบริการนี้ยังรองรับแค่ผู้ให้บริการ 2 (+2) เจ้า รวมถึงการทำรายการผ่านธนาคารที่ยังงงๆ บ้าง ก็ต้องให้เวลาปรับตัว ซึ่งถ้าอนาคตเจ้าใหญ่ๆ เข้ามาอีก (เช่นน้องกระต่าย) ก็จะยิ่งน่าสนใจมากขึ้น
  • จะต้องดูโปรโมชั่นของบรรดา e-wallet ที่มีทั้งการจ่ายเงินคืน-แจกเงินฟรี ทั้งหลาย ว่าจะยังอยู่หรือไม่ เมื่อเงินที่แจกฟรีสามารถเอาออกจากระบบมาเป็นเงินสดได้ ซึ่งเดิมนั้นทำยากและค่าธรรมเนียมสูง
  • 2 เจ้าที่เริ่มทำก่อน เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งคู่ พอเปิดบริการใหม่ๆ ก็ทำให้ตัวเองดูทันสมัยและเป็นจุดขายของตัวเองได้เพิ่ม ว่าแต่ ค่ายใบพัดนี่เงียบไปเลยนะ แถมเห็นว่าเลิกบริการ e-wallet ไปเลยหนิ…

ก็ต้องดูต่อไปว่าโครงการ National e-Payment ของรัฐบาลที่ตั้งอกตั้งใจผลักดันกันจะสำเร็จได้แค่ไหน? จะพัฒนาเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้หรือเปล่า? และความกังวลเรื่องภาษีของหลายๆ คน (ที่ยังไม่กล้าใช้พร้อมเพย์) จะเป็นจริงไหม?

ก็ต้องดูกันต่อไปนะฮะ…

Tags:

04 ต.ค. 16 เมื่อ i-mobile 3GX ปรับปรุงระบบ หรือจะมีอะไรมากกว่านั้น?

ด่วน 3GX จะปรับปรุงระบบ 22 ต.ค. 59 ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้งานเลขหมายของท่าน กรุณาติดต่อ 025765599

Scr000002

ข้อความนี้(เชื่อว่า)ผู้ใช้งาน i-mobile 3GX หลายๆ คนน่าจะได้รับ ซึ่งด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่น่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่โตพอสมควร จึงต้องมีการส่ง SMS บอกแบบนี้

เอาล่ะ ประจวบเหมาะกับที่มีปัญหาเรื่องซิมโดนตัดพอดี โทรไปถามสักหน่อย

Call Center ของ Open (อย่าลืมว่า i-mobile เปิด MVNO อยู่ 2 เจ้า คือ 3GX กับ OPEN ที่ก็ลูกผีลูกคนเหมือนกัน) บอกว่าจะมีการปรับปรุงระบบ ทำให้เบอร์เดิมไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นมี 2 ทางให้เลือก

  • ใช้เบอร์เดิม ต้องย้ายค่ายสำเร็จก่อน 22 ตุลาคม
  • ใช้ 3GX ต่อ เจ้าหน้าที่จะสุ่มเบอร์มาให้เลือก โดยโอนยอดเงินไปให้ พร้อมโปรโมชั่นเดิม

เอาละสิ ใจก็อยากให้ 3GX เพราะมันเป็นเครือข่ายสำรองจริงๆ เวลาไปสถานที่ที่เครือข่ายมักเต็มบ่อยๆ เน็ตจะวิ่งฉิวมาก (ซึ่งไม่รู้เข้ายุค 4G แล้วยังมีปัญหานี้อยู่ไหม ไม่เคยไปงานคนเยอะๆ สักที) กับโปรโมชั่นที่เร้าใจเหลือเกิน

เนื่องจากเบอร์เก่าเป็นเลขตองท้ายด้วย (ซื้อซิมพร้อมเติมเงินตั้งพันนึงแหนะ) เลยขอ CC ว่าอยากได้เป็นเลขตองเหมือนเดิม แล้วก็กำหนดเลขไปให้ด้วย

ต้องรอดูผลต่อไปว่าจะได้หรือไม่ได้อย่างไร (แต่ไม่น่าจะได้หรอก เบอร์ที่ต้องการหนะ!)


แต่ว่าไป เพราะอะไรถึงใช้คำว่า “ปรับปรุงระบบ” แต่บังคับต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ทำไมจึงไม่สามารถนำเบอร์ที่มีย้ายมาใช้งานกับระบบ(ที่อ้างว่า)ใหม่ซะเลย

  • อาจเป็นเพราะเตรียมปิด 3GX บนคลื่น TOT 2100MHz หรือไม่ แล้วไปใช้คลื่น 850MHz ของ CAT (ที่ให้บริการ OPEN) แทน
  • หรืออาจจะปรับปรุงระบบเพื่อรับกับที่ TOT ไปจับมือกับ AIS เพื่อขอโรมมิ่งแทน (TOT อาจจัดระเบียบคลื่นใหม่ และจะต้องกันไปอยู่ส่วนที่ไม่ได้โรมมิ่ง)
  • หรืออาจเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์นี้ไม่ได้เป็นของ i-mobile เลยต้องคืนเขาไปและขอจัดสรรใหม่ แต่เมื่อมาดูข้อมูลการจัดสรรเลขหมายของ กสทช. ณ วันที่ 11 สิงหาคม จะพบว่า

ข้อมูลจากเว็บไซต์ กสทช. 11 สิงหาคม 2559 (ข้อมูลอัพเดตสุดคลิกที่รูป)

เลขหมายของ i-mobile มีแต่หมวด 06 แต่เบอร์ที่จะเอามาให้ใหม่ยังเป็นหมวด 0893 ซึ่งจากการตรวจสอบเบอร์บางส่วนเป็นของ TOT และบางส่วนเป็นของ DTAC

แสดงว่าเบอร์ที่จะเอามาให้ใหม่ยังเป็นของ TOT เหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นจะต้องเปลี่ยนให้ใช้เบอร์ใหม่ทำไม

นี่ก็คงเป็นคำถามที่ไม่ทราบคำตอบต่อไป…

Tags: ,

25 พ.ค. 15 ทีวีดิจิตอลจ่ายค่าใบอนุญาตปีละเท่าไหร่ มาดูกัน!

ครบรอบ 1 ปีกว่าๆ อย่างเป็นทางการของการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (ดิจิตอล ตามการใช้ของ กสทช.)

ช่วงนี้ก็มีประเด็นร้อนๆ ของผู้ให้บริการบางเจ้าที่จะไม่จ่ายค่าใบอนุญาตที่ประมูลมาด้วยมูลค่ามหาศาลเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา

แต่เอ๊ะ แล้วเงื่อนไขของการจ่ายค่าใบอนุญาตมันเป็นอย่างไรล่ะ? มาดูกัน

ก่อนอื่นต้องมาดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการประมูลนี้ว่าเป็นอย่างไร

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการประมูลนั่นคือ ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งได้กำหนดการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตเอาไว้เป็น 6 งวด ได้แก่

  • งวดที่ 1 ชำระ 50% ของราคาตั้งต้นประมูล และชำระ 10% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น
  • งวดที่ 2 ชำระ 30% ของราคาตั้งต้นประมูล และชำระ 10% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น
  • งวดที่ 3 ชำระ 10% ของราคาตั้งต้นประมูล และชำระ 20% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น
  • งวดที 4 ชำระ 10% ของราคาตั้งต้นประมูล และชำระ 20% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น
  • งวดที่ 5 ชำระ 20% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น
  • งวดที่ 6 ชำระ 20% ของราคาส่วนเกินราคาตั้งต้น

แต่ละงวดห่างกัน 1 ปี โดยอายุของใบอนุญาตอยู่ที่ 15 ปี (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

นอกจากนี้ยังมีค่าเช่าโครงข่าย (MUX) และค่าธรรมเนียมเข้ากองทุน กทปส. (ที่โดน คสช. ยึดไปเรียบร้อย แฮ่)

เอาเป็นว่า มาดูตารางรวมเลยดีกว่าว่าแต่ละช่องต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเท่าไหร่

ใครจ่ายเท่าไหร่ ดูที่นี่

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

ส่วนแต่ละเจ้า จะจ่ายครบตามนี้หรือไม่

มันก็แล้วแต่ผู้ประกอบการแต่ละเจ้าจะเลือกทางเดินนะครับ!

Tags:

20 ธ.ค. 14 วิเคราะห์ ฟรีทีวีช่องไหนจะได้ทีมบอลไทยไปออกก่อน?

ใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว สำหรับทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของอดีตตำนานทีมชาติ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ไปคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ถึงบ้านของมาเลเซีย ด้วยผล 2 นัด 4-3 (2-0 , 2-3)

แน่นอนว่าตอนนี้ ทั้งซิโก้และขุนพลช้างศึก กลายเป็นจุดสนใจของคนไทยทั้งประเทศไปแล้ว กลบกระแสอื่นๆ ไปแทบมิด

แต่ถึงแม้ศึกในสนามจะจบไปแล้ว แต่ศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน นั่นคือ ศึกหน้าจอ ของเหล่าบรรดาสถานีโทรทัศน์ทั้งหลาย ที่จะจับจ้องเอาทีมฟุตบอลชุดนี้ไปเป็นแขกสำคัญของรายการข่าวตัวเอง

ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดประโยชน์อะไรมากนัก เหมือนเป็นการเกาะกระแสหากินของสื่อไทย (ที่แทบจะเป็นเรื่องปกติ) แต่ก็ถือเป็นเรื่องน่าสนใจว่า

ใคร จะได้ช้างศึกโขลงนี้ ไปออกหน้าจอตัวเองก่อน?

ก่อนอื่น ต้องทราบว่ากำหนดการเดินทางกลับมาเมืองไทยของทีมชาติชุดนี้ (น่าจะ) ถึงเมืองไทยประมาณ 14:25 ด้วยไฟลต์ AK884 มาลงที่สนามบินดอนเมือง แล้วจะแห่ขบวนไปที่สนามศุภชลาศัย ผ่านทางเส้นวิภาวดีฯ-อนุสาวรีย์ชัยฯ-พญาไท-ปทุมวัน-สนามศุภ

ถึงแม้ว่าสถานีโทรทัศน์หลายๆ ช่องจะส่งนักข่าวของตัวเองไปถึงมาเลเซีย เพื่อทำข่าวของทีมชาติ บางช่องติดตามมาตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน

แต่ดูๆ ไปแล้ว ในศึกนี้มีผู้เล่นที่น่าสนใจอยู่ 3 รายด้วยกัน

หนึ่งคือ ช่องมากสี ย่านหมอชิต

สองคือ ช่องน้อยสี แถวๆ คลองเตย

สามคือ ช่องหัวเขียว ริมวิภาวดี

ช่สี

  • เป็น Local Broadcaster ของการแข่งขันครั้งนี้
  • ส่งนักข่าวไปทำข่าวการแข่งขัน
  • ได้สิทธิพิเศษ สัมภาษณ์พิเศษนักเตะในสนามหลังจบเกม (สัมภาษณ์เจ-ชนาธิป)

    ทำไงได้ เราเข้าถ้ำเสือมาแล้ว เราต้องสู้ เราเป็นช้าง – ชนาธิป สรงกระสินธุ์

  • มีนักข่าวของตัวเองรอสัมภาษณ์ขณะรับถ้วย
  • มีกำหนดการรับคิวเดินสายของทีมในวันจันทร์นี้ ตั้งแต่เช้ายันเย็น

ช่องน้อยสี

  • ส่งนักข่าวไปทำข่าวการแข่งขัน
  • มีผู้มากบารมีประจำสถานี ใครมาเมืองไทยต้องไปเยี่ยมคารวะ (ยิ่งกว่าเฮียตู่ซะอีก)

    ผู้มากบารมีแห่งช่องน้อยสี / ภาพจากครอบครัวข่าว

ช่องหัวเขียว

  • มีทีมข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ไปทำข่าวการแข่งขัน (น่าจะทำส่งทีวีด้วย)
  • มีวีรกรรมการฉกแหล่งข่าวอันลือลั่นมาแล้ว (ฉกโค้ชเชบนรถตู้)

นอกจากนี้ยังมีบางช่องที่ส่งนักข่าวไปทำข่าวแล้วรายงานกลับมาสดๆ อย่างช่องแถวๆ บางนาที่ส่งนักข่าวไปถึงริมสนามแล้วโทรกลับมา หรือช่องเคเบิลอย่างช่องกีฬาแถวๆ นวลจันทร์ ที่ได้สิทธิพิเศษบุกเข้าไปในห้องแต่งตัวตอนพักครึ่งมาแล้ว (สงสัยอาศัยบารมีท่านวีวี่)

แต่สามช่องที่ว่าก็คงมีบารมีสูงกว่าช่องอื่นๆ ที่จะฉกเอานักเตะทั้งทีมมาออกทีวีได้

แต่เชื่อเลยว่า การเดินทางกลับของนักฟุตบอลไทยชุดนี้ ต้องคึกคักตั้งแต่สนามบินดอนเมืองถึงสนามศุภชลาศัยแน่นอน

ป.ล. ว่าไป พนักงานของแอร์เอเชียอาจต้องทำงานหนักบนเครื่อง AK884 แน่ๆ หึๆ

Tags:

04 พ.ย. 12 เมื่อฉันมีปัญหาเรื่องลูก (บิด)

จั่วหัวแบบนี้ ไม่ได้มีปัญหาแบบว่าไปทำผู้หญิงท้องหรือว่ามีปัญหากับเด็กอะไรหรอกนะฮะ

แต่ช่วงสัปดาห์นี้ไม่รู้มีปัญหาอะไรกับลูกบิดประตูห้องนักหนา หาเรื่องเสียเงินได้บ่อยมากๆ

เริ่มตั้งแต่วันพุธปล่อยผีแล้ว กะว่าจะไปเอารางวัลที่ได้บัตรดูฟุตซอล (ปล.ฟุตซอลโลกไทยเป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ อย่าลืมไปดู) ที่อสมท. ก็กะว่ากลับห้องมาแล้วปั่นจักรยานไปเอาดีกว่า

โทรนัดเรียบร้อย แล้วก็ล็อกห้อง ปิดประตู

นึกขึ้นได้ “กูลืมเอากุญแจออกมา!”

ด้วยความเครียดบวกแค้น ทำอะไรไม่ถูก เลยบิดตัวลูกบิดมันซะ

บิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ได้ แถมดูท่ากลอนคงพังแหงๆ มันเริ่มงอแล้ว เปิดได้สักพักหยุดก่อนดีกว่า

ลงไปข้างล่างพร้อมโทรไปหาที่บ้านว่าเอายังไงดี ไอ้ครั้นจะจ้างช่างมาก็เสียตั้ง 500 ไม่คุ้มๆ (แล้วค่าลูกบิดใหม่ล่ะวะ?)

สุดท้าย กลับขึ้นห้อง บิดใหม่อีกรอบ สุดท้ายก็เข้ามาจนได้ (พร้อมกับเสียลูกบิดไป 1 อัน) แล้วก็ปั่นจักรยานไปเอาของอย่างสบายใจ…


ลูกบิด (เขาควาย) เจ้าปัญหา

ลูกบิด (เขาควาย) เจ้าปัญหา

วันเสาร์ ซื้อลูกบิดใหม่ (แต่รุ่นเก่า) เปลี่ยนเรียบร้อย ลั้นลาไปเรื่อยๆ

จนเริ่มค่ำกะว่าจะไปหาอะไรกินสักหน่อย ติดต่อจองอะไรเรียบร้อย ก็หยิบกุญแจ (คราวนี้ไม่ลืมแล้วนะ) ล็อกห้อง ออกจากห้องไป

นึกขึ้นได้ เอาไฟท้ายมาชาร์จนี่หว่า ลืมหยิบออกมา กลับไปที่ห้องใหม่

อ้าวฉิบหาย เปิดห้องไม่ได้

นึกขึ้นได้ “นี่มันลูกกุญแจดอกเก่านี่หว่า” (คือเปลี่ยนลูกบิดใหม่แล้ว แต่ว่าลืมเอากุญแจจากลูกบิดใหม่ใส่ในพวง)

แต่คราวนี้เฉยๆ ล่ะ เริ่มมีประสบการณ์ (สดๆ ร้อนๆ ด้วย) ลงไปถามข้างล่างว่าช่างเขาพร้อมใหม่ (พร้อมตลอด 24 ชม.) โอเค ไปกินข้าวก่อนก็ได้ กลับมาค่อยโทรเรียกช่างมา

กลับมาเกือบๆ เที่ยงคืน โทรตามช่างมา มาถึงเกือบๆ เที่ยงคืนครึ่ง

แล้วช่างก็ลงมือสะเดาะลูกบิดเจ้าปัญหา (ที่ยังใหม่และซิงมาก ยังไม่เคยโดนเสียบด้วยซ้ำ ซิงจริงๆ)

15 นาทีผ่านไป…30 นาทีผ่านไป,,,1 ชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่มีวี่แววจะเปิดออกได้

เข็มสั้นไปถึงเลข 2 ช่างพูดออกมาสั้นๆ “ยอม” เลยเข้าไปจัดการซะ บิดแรงๆ ไป 1 ที ประตูสวรรค์ก็เปิดออกแล้ว…

กูต้องซื้อลูกบิดใหม่อีกแล้วใช่ไหมเนี่ย…

ปล.แต่ต้องของคุณพี่ช่างมากนะครับ มาไกลจากปากน้ำเลย แถมไม่คิดเงินด้วย (ดีๆ นึกว่าจะได้เสีย 2 ต่อ)

ปล2.ลูกบิด (เขาควาย) ตัวนี้ดีมากนะครับ พิสูจน์ได้แล้วว่าทนต่อการงัดแงะมาก ช่างยังต้องยอม

แต่ว่า มันไม่ทนต่อการใช้กำลังกับมันเลยนะฮะ บิดไม่ถึง 2 นาทีมันก็พังแล้ว

ตกลงว่ามันดีหรือมันไม่ดีกันแน่วะเนี่ย…

Tags:

17 พ.ค. 12 ข้อดีและข้อเสียของชุดนิสิตปี1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เข้าสู่ฤดูเปิดเทอมใหม่ทีไร ก็เป็นฤดูกาลของการพูดถึงระเบียบเครื่องแต่งกายสำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1 ทุกครั้ง (ซึ่งมันก็น่าเบื่อนะ) แต่ก็ทำยังไงได้ ในเมื่อคณะของเรายังมีอะไรที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านชาวเมืองเขาอยู่

 

มานั่งไล่ข้อดี – ข้อเสียเลยดีกว่า…

ข้อดี

  • เป็นเอกลักษณ์ ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กนิเทศฯ (อาจมีประโยชน์เมื่อพบเจอในสถานที่อื่นๆ นอกเหนือคณะ)
  • ดูเรียบร้อย มิดชิด ไม่โป๊
  • ถูกข้อบังคับมหาวิทยาลัย ไม่มีปัญหาเมื่อไปคณะอื่น

ข้อเสีย

  • จากอดีตที่ผ่านมา มักมีอุบัติเหตุกับผู้หญิง เนื่องด้วยกระโปรงที่ “ยาว” เกินไป เช่น การขึ้น-ลงรถประจำทาง หรือเดินเหยียบกระโปรงตัวเอง (ถึงแม้จะอ้างว่ากระโปรงสั้นขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เหยียบกระโปรงอยู่ หรือว่าจะต้องมีคนตายเพราะเรื่องแบบนี้ก่อนถึงจะคิดได้?)
  • เปลืองค่าใช้จ่ายเพราะเมื่อขึ้นปี2 เป็นต้นไป ต้องซื้อทั้งเสื้อ-กางเกง-กระโปรงใหม่หมด (อย่าเถียงว่าใส่ชุดเก่าได้ ในเมื่อช่วงเปิดเทอมก็มีกฎบ้าๆ บอๆ ออกมาหนิ! แล้วความเป็นจริงมีใครอยากใส่ชุดเก่าๆ หลวมๆ ไหม?)
    • ในเมื่อทุกคนอยากใส่เสื้อพอดีตัว แล้วจะมาบังคับให้เสียเงินหลายต่อทำไม?
  • ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยการบังคับที่ “มากเกินไป” เช่น ห้ามพับแขน ผูกไทด์ตลอดเวลา
    • ถ้าร้อนมากๆ กูต้องทนด้วยเรอะ?
    • หรือสถานการณ์ที่ต้องทำงานที่เลอะเทอะ (เช่น ทาสี หรือกินข้าว) ต้องดั้นด้นหาชุดไปเปลี่ยนเพื่อทำภารกิจนั้นๆ มันจำเป็นด้วย? (แถมเปลืองค่าซักผ้าเพิ่มอีก โดยเฉพาะคนที่อยู่หอและจ้างซํกผ้าที่นับชิ้นผ้าต่อเดือน)
  • เกิดความแตกต่างกับคณะอื่น ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและแปลกแยก (อันนี้อาจไม่เป็นข้อเสียชัดเจน แต่อาจจะมี)

สรุป

  • ทำไมต้องบังคับเฉพาะเด็กปี1 ให้แต่งกายถูกระเบียบ (ที่ตัวเองตั้ง)
  • ระเบียบกลางของมหาวิทยาลัยก็มีแล้ว ทำไมต้องบังคับให้เข้มงวดมากเฉพาะปี1 แต่กลับหย่อนยานกับเด็กปี2 ขึ้นไป ข้อบังคับไม่ได้เขียนนะครับว่าใช้บังคับเฉพาะปี1 (แถมเขาจะเล่นงานเด็กปี2 ขึ้นไปมากกว่าอยู่แล้ว!)
  • ความเป็นเอกลักษณ์ของนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ในเรื่องเครื่องแต่งกาย ควรมีเฉพาะปี1 เท่านั้นหรือ? ปี2 ขึ้นไปจะใส่เดป เสื้อรัดรูป ปล่อยลอยชาย กระโปรงสั้น หรือใส่ยีนส์มาก็ไม่เป็นอะไร?
  • จะบอกว่าเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นเด็กคณะเรา บางทีมันก็แทบไม่มีประโยชน์เมื่อรู้เลยนะครับ เราต้องการอะไรจากการแต่งกายแบบนี้หรือ?
  • แทนที่จะบังคับเด็กปี1 อย่างเดียว ก็น่าจะเตือนเพื่อนๆ หรือรุ่นพี่บ้างนะครับ อย่าให้เด็กมันตอกกลับแล้วจะกลับบ้านไม่ถูกนะเออ
  • อีกอย่าง เวลาไปสอบแล้วโดนคณะอื่นจับเรื่องเครื่องแต่งกายนี่ อย่าเอากฎคณะเราไปอ้างนะฮะ อายเขา…
  • หรือถ้าอยากเอาไปอ้างจริงๆ บอกคณะให้ออกประกาศมาสิครับ จะได้เอาประกาศที่มีลายเซ็นคณบดีไปสู้ได้ ไม่งั้นเสียสิทธิ์เรานะครับ!

Tags: , ,

11 ก.พ. 12 ME by TMB : กล้าไหม? ที่จะผูกบัญชีที่ไม่มีสมุด

เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จัก ME by TMB บริการบัญชีเงินฝากรูปแบบใหม่แล้วนะครับ

ถ้ายังไม่ทราบ หลักการคือเป็นบัญชีที่ไม่มีสมุด ไม่สามารถทำรายการเคาท์เตอร์ได้ ไม่สามารถถอนเงินสดจากบัญชีตรงๆ ได้ เวลาทำรายการทำผ่านเครื่องหรือออนไลน์ทั้งหมด (มีโทรศัพท์ด้วย)

ทีนี้เวลาจะทำการเปิดบัญชี ก็ต้องมีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารใดก็ได้มาผูกกับบัญชีนี้ เพื่อใช้สำหรับโอนเงินเข้า-ออกจากบัญชี

ปัญหาคือเขาต้องการสมุดบัญชีเงินฝากนะสิ (ถึงแม้ภายหลังจะเพิ่ม Statement ด้วย) ถ้าบัญชีไม่มีสมุดล่ะ?

(เพิ่มเติม…)

Tags: ,

03 ก.พ. 12 การเดินทาง…

(ขณะเริ่มเขียนเป็นเวลา 23:04 บนถนนพหลโยธิน เขตจังหวัดนครสวรรค์)

ผมกำลังเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยรถทัวร์…

นี่คงเป็นการนั่งรถทัวร์ขึ้นจังหวัดทางภาคเหนือเป็นครั้งแรกในชีวิต…

แน่นอน อะไรที่เป็นครั้งแรกมันน่าสนใจเสมอ (แต่ไม่รู้ว่า บางอย่างครั้งแรกมันน่าสนใจหรือเปล่านะ ไม่เคยลอง ฮ่า)

ปกติเวลาเดินทางทางรถยนต์ ผมชอบที่จะนั่งหน้าเสมอครับ

อาจด้วยเหตุผลที่ป้องกันการเมารถส่วนนึง (ไม่รู้มันช่วยหรือเปล่า) แต่อีกเหตุผลคือมันได้ดูเส้นทางต่างๆ ที่ผ่านด้วย

ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุผลของอะไรเหมือนกัน เหอะๆ

ตอนเด็กๆ เวลาเข้ากรุงเทพฯ  ก็จะสนุกกับการดูบรรยากาศสองข้างทางถนนมิตรภาพ
มีคนบอกว่าถ้าใกล้จะถึงจุดหมายเมื่อไหร่ ดูจากไอ้ปิง มันหลับตอนไหนแสดงว่าใกล้ถึงแล้ว
– จำได้ว่าชอบสองข้างทางช่วงพ้นตัวเมืองโคราชไปแล้ว ดูมันเป็นเมืองดี ไม่เหมือนช่วงก่อนเข้าเมือง มีแต่ป่า…ดูบรรยากาศของเขื่อนลำตะคอง โค้งสวยๆ
– จำได้ว่าแยกมิตรภาพที่จะเข้าพหลโยธินเดิมชื่อภาษาอังกฤษคือ Friendship (เก๋มาก…)
– จำได้ว่าเมื่อพ้นทางเข้าวงแหวนฝั่งตะวันตกแล้ว ก็เริ่มเห็นตัวเมืองมากขึ้นๆ
– แต่ก็จำไม่ได้สักทีว่านวนคร,โรงกษาปณ์,มธ.รังสิต อะไรมาก่อนกัน…

จริงๆ การสังเกตสองข้างทาง (รวมถึงการดูแผนที่) มันมีประโยชน์นะครับ
– เรื่องแรกคือ เป็นตัวช่วยเพื่อนๆ ได้ว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว (โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยว บางคนเล่นหลับตลอดทาง)
– เรื่องต่อมา มันเอามาประยุกต์ใช้ในกรุงเทพฯ ได้ครับ โดยเฉพาะเวลาขึ้นรถเมล์
เห็นป้ายบอกเส้นทางก็พอรู้ว่ามันวิ่งไปเส้นไหน เอาตัวรอดได้… (แต่ก็ไม่เข้าใจ ทำไมป้ายบอกเส้นทางรถเมล์บางสาย มันบอกเส้นทางน้อยมาก กลัวคนขึ้นมันรู้หรือไง!)

รถออกจากกรุงเทพฯ มาได้ 3 ชั่วโมงล่ะ เส้นทางที่ผ่านมันก็มากขึ้นๆ พร้อมกับเส้นทางและหมายเลขบนป้ายตราครุฑที่ได้จดจำและเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ

ว่าแต่ บางทีจะจำไปทำไมเนี่ย!
ปล.บล็อกนี้เขียนบนรถนี่แหละฮะ ว่างจัด ไม่หลับไม่นอน!

Tags: ,

12 พ.ย. 11 ถ้า GreenWave ไม่ใช่ 106.5 แล้ว?

ออกตัวไว้ก่อนว่า ผมก็เป็นคนที่ฟัง GreenWave เหมือนกัน (ถึงแม้ว่าอาจไม่ได้ฟังตลอดเวลา)

เริ่มมาจากการที่ดู Club Friday ทาง Green Channel นั่นแหละ… (บ้านอยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้เปิดวิทยุฟัง)

แต่เห็นกระแสเรื่องของ GreenWave ในคราวนี้ ดูแล้วมันก็เกินไปหน่อยนะครับ


gwหรือมันจะเป็นเพียงอดีต? 

 

จากกรณีที่มีข่าวว่าทาง กสทช. จะไม่ต่อสัญญาคลื่นวิทยุ 1 ปณ. ที่ทำไว้กับเอกชน ซึ่งในกรุงเทพฯ มีคลื่นวิทยุ FM อยู่ 2 คลื่นคือ 98.5 MHz และ 106.5 MHz ซึ่งได้ให้เอกชนเช่าเวลาไปจัดรายการในชื่อ Good FM และ GreenWave ตามลำดับ

ดูเหมือนว่ากระแสตอบกลับจากผู้ฟังรายการของคลื่นทั้งสองจะดูแตกต่างกันมาก…

คลื่นแรกจะดูเงียบๆ อาจเป็นเพราะฐานคนฟังยังไม่มาก เพราะเป็นคลื่นที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน

แต่กรณีของ GreenWave นี้ดูแล้วกระแสค่อนข้างรุนแรงเลยทีเดียว

โดยเฉพาะ DJ ในคลื่น (รวมทั้งบรรดาเซเลปในเครือแกรมมี่) ที่ใช้ Twitter ในการบรรยายความรู้สึกของตนเองออกมาในหลายๆ ทวีต เช่น

ประชุมแล้ว สรุปว่า เราบ๊ายบายกรีนเวฟ 31 ธค.นี้จ้ะ กสทช.ขอยึดไปทำคลื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แปลว่าที่ผ่าน คลื่นเราทำอะไรหรือ @DJPeeAoy

คลื่นกรีนเวฟกำลังจะหลุดผังต้นปีนี้ เพราะกสทชจะนำไปทำคลื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม (ซึ่งกรีนเวฟก็ทำมาตลอด20ปีครับ) #welovegreenwave @djeaky

มีคนบอกว่าจะเอาคลื่นกรีนเวฟไปไว้รายงานข่าวสารเรื่องนำ้ท่วมน่าเสียใจนะคะเพราะกรีนเวฟทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่านั้นเยอะ @DJPChod

ถามมาเรื่องกรีนเวฟถูกยึดคลื่นคืนเป็นไง ขอถามกลับว่านั่นสิ!!!กสทชจะมาจัดสรรให้สื่อเท่าเทียมกันไม่ใช่รึแล้วทำไมไม่ทำอย่างเท่าเทียม แปลกม @unpuwanart

ถ้า"กรีนเวฟ"หายไป…คำว่า"ทำดีได้ดี"อาจพิสูจน์ได้ว่า"ไม่จริง"เสมอไปสินะ…T___T" @chocoopal

หรือการออกมาพูดของตัวผู้บริหารที่จัดรายการเองอย่าง "สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” (@DJPChod) ในรายการ Club Friday ก่อให้เกิดกระแสของแฟนคลับที่ไม่ต้องการให้คลื่นนี้หายไปจากหน้าปัดวิทยุ (จนถึงขนาดมี Fanpage ต่างๆ ออกมาตามกระแส)

แต่ก่อนอื่น มาดูก่อนไหมว่า รายการวิทยุอื่นของค่ายนี้ เขาออกอากาศทางคลื่นไหนบ้าง


ปัจจุบัน A-Time Media มีรายการใน 4 คลื่นด้วยกันคือ

– Chill ทางคลื่น 89 MHz (สถานีวิทยุศูนย์การทหารม้า ยานเกราะ เอฟ.เอ็ม.89 กองทัพบก)
– Hot ทางคลื่น 91.5 MHz (สถานีวิทยุกระจายเสียง ยานเกราะ เอฟ.เอ็ม.91.5 กองทัพบก)
– EFM ทางคลื่น 94 MHz (สถานีวิทยุกระจายเสียง ททบ.เอฟ.เอ็ม กองทัพบก)
– GreenWave ทางคลื่น 106.5 MHz (สถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ. กสทช.)

สังเกตได้เลยนะครับว่าคลื่นวิทยุที่ใช้นั้น เกือบทั้งหมดเป็นคลื่นในความดูแลของกองทัพบกทั้งสิ้น

นอกจากนี้ GreenWave ยังออกอากาศอีก 2 ทางก็คือ
– ทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ greenwave.fm (ซึ่งจะลิงก์ไปไหนก็สุดแท้แต่)
– ทางดาวเทียมของ True Visions


หากจะถามว่า ถ้า GreenWave ไม่ได้ออกอากาศที่ 106.5 แล้ว รายการจะถูกยุบหายไปเลยหรือไม่

ก็คงต้องตอบว่า ไม่หรอก

เพราะสามารถออกอากาศได้ตามช่องทางทั้งออนไลน์ , ดาวเทียม รวมทั้งใช้ Green Channel ให้เป็นประโยชน์ได้อีกทาง

อีกทั้งเมื่อดูจากการเคลื่อนไหวของทั้งดีเจ และแฟนคลับต่างๆ แล้ว

นี่คงเป็นแผนการสร้างดราม่าให้กับแฟนๆ ของคลื่น โดยการใช้สื่อช่องทางใหม่ๆ เหมือนเป็นการโปรโมตคลื่นตนเองไปในตัว (แผนแยบยลมาก!)

และผมเชื่อนะครับ ในเมื่อคลื่นวิทยุที่ใช้ออกอากาศ 3 ใน 4 เป็นคลื่นของกองทัพบกทั้งสิ้น

สุดท้ายแล้ว ผู้บริหารก็คงมีกำลังภายใน หาช่องทางให้ GreenWave ออกอากาศทางวิทยุกองทัพบกจนได้ล่ะครับ…

Tags: ,

Creative Commons License บล็อกส่วนตัว เรื่องส่วนตัว บนโลกส่วนตัว ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.