msgbartop
เรื่อยๆ เปื่อยๆ กับ kasemsakk
msgbarbottom

17 พ.ค. 12 ข้อดีและข้อเสียของชุดนิสิตปี1 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เข้าสู่ฤดูเปิดเทอมใหม่ทีไร ก็เป็นฤดูกาลของการพูดถึงระเบียบเครื่องแต่งกายสำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1 ทุกครั้ง (ซึ่งมันก็น่าเบื่อนะ) แต่ก็ทำยังไงได้ ในเมื่อคณะของเรายังมีอะไรที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านชาวเมืองเขาอยู่

 

มานั่งไล่ข้อดี – ข้อเสียเลยดีกว่า…

ข้อดี

  • เป็นเอกลักษณ์ ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กนิเทศฯ (อาจมีประโยชน์เมื่อพบเจอในสถานที่อื่นๆ นอกเหนือคณะ)
  • ดูเรียบร้อย มิดชิด ไม่โป๊
  • ถูกข้อบังคับมหาวิทยาลัย ไม่มีปัญหาเมื่อไปคณะอื่น

ข้อเสีย

  • จากอดีตที่ผ่านมา มักมีอุบัติเหตุกับผู้หญิง เนื่องด้วยกระโปรงที่ “ยาว” เกินไป เช่น การขึ้น-ลงรถประจำทาง หรือเดินเหยียบกระโปรงตัวเอง (ถึงแม้จะอ้างว่ากระโปรงสั้นขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เหยียบกระโปรงอยู่ หรือว่าจะต้องมีคนตายเพราะเรื่องแบบนี้ก่อนถึงจะคิดได้?)
  • เปลืองค่าใช้จ่ายเพราะเมื่อขึ้นปี2 เป็นต้นไป ต้องซื้อทั้งเสื้อ-กางเกง-กระโปรงใหม่หมด (อย่าเถียงว่าใส่ชุดเก่าได้ ในเมื่อช่วงเปิดเทอมก็มีกฎบ้าๆ บอๆ ออกมาหนิ! แล้วความเป็นจริงมีใครอยากใส่ชุดเก่าๆ หลวมๆ ไหม?)
    • ในเมื่อทุกคนอยากใส่เสื้อพอดีตัว แล้วจะมาบังคับให้เสียเงินหลายต่อทำไม?
  • ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยการบังคับที่ “มากเกินไป” เช่น ห้ามพับแขน ผูกไทด์ตลอดเวลา
    • ถ้าร้อนมากๆ กูต้องทนด้วยเรอะ?
    • หรือสถานการณ์ที่ต้องทำงานที่เลอะเทอะ (เช่น ทาสี หรือกินข้าว) ต้องดั้นด้นหาชุดไปเปลี่ยนเพื่อทำภารกิจนั้นๆ มันจำเป็นด้วย? (แถมเปลืองค่าซักผ้าเพิ่มอีก โดยเฉพาะคนที่อยู่หอและจ้างซํกผ้าที่นับชิ้นผ้าต่อเดือน)
  • เกิดความแตกต่างกับคณะอื่น ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและแปลกแยก (อันนี้อาจไม่เป็นข้อเสียชัดเจน แต่อาจจะมี)

สรุป

  • ทำไมต้องบังคับเฉพาะเด็กปี1 ให้แต่งกายถูกระเบียบ (ที่ตัวเองตั้ง)
  • ระเบียบกลางของมหาวิทยาลัยก็มีแล้ว ทำไมต้องบังคับให้เข้มงวดมากเฉพาะปี1 แต่กลับหย่อนยานกับเด็กปี2 ขึ้นไป ข้อบังคับไม่ได้เขียนนะครับว่าใช้บังคับเฉพาะปี1 (แถมเขาจะเล่นงานเด็กปี2 ขึ้นไปมากกว่าอยู่แล้ว!)
  • ความเป็นเอกลักษณ์ของนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ในเรื่องเครื่องแต่งกาย ควรมีเฉพาะปี1 เท่านั้นหรือ? ปี2 ขึ้นไปจะใส่เดป เสื้อรัดรูป ปล่อยลอยชาย กระโปรงสั้น หรือใส่ยีนส์มาก็ไม่เป็นอะไร?
  • จะบอกว่าเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นเด็กคณะเรา บางทีมันก็แทบไม่มีประโยชน์เมื่อรู้เลยนะครับ เราต้องการอะไรจากการแต่งกายแบบนี้หรือ?
  • แทนที่จะบังคับเด็กปี1 อย่างเดียว ก็น่าจะเตือนเพื่อนๆ หรือรุ่นพี่บ้างนะครับ อย่าให้เด็กมันตอกกลับแล้วจะกลับบ้านไม่ถูกนะเออ
  • อีกอย่าง เวลาไปสอบแล้วโดนคณะอื่นจับเรื่องเครื่องแต่งกายนี่ อย่าเอากฎคณะเราไปอ้างนะฮะ อายเขา…
  • หรือถ้าอยากเอาไปอ้างจริงๆ บอกคณะให้ออกประกาศมาสิครับ จะได้เอาประกาศที่มีลายเซ็นคณบดีไปสู้ได้ ไม่งั้นเสียสิทธิ์เรานะครับ!

Tags: , ,

06 เม.ย. 11 ซิ่ว?

ตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยกันของเด็กม.6 ปีนี้อีกแล้ว

รวมทั้งเด็กที่พลาดหวัง หรือต้องการแก้ตัว ขอคัดเลือกเข้าคณะที่ตัวเองต้องการอีกครั้ง

หลักจากที่ตัวเองหลีกหนีความไม่แน่นอนในอนาคต โดยเลือกคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ โดยวิธีรับตรง (ทั้งๆ ที่กูอุตส่าห์เลือกต่อจากเศรษฐศาสตร์กับบริหาร) แทนที่จะเอาเศรษฐศาสตร์ มธ. ที่เหมือนว่าจะอยากเรียนในคณะนี้มากกว่า แต่ดันอยากไปตลาดสามย่านมากกว่าตลาดไทซะอย่างนั้น (ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่เลือกตลาดสามย่าน เฮ้อ)

———————————————————

หลังจากที่ผ่านไปเกือบ 1 ปี กับคณะนิเทศศาสตร์

ความรู้สึกที่เข้าไปช่วงแรกๆ บอกกับตัวเองเลยว่า “กูจะซิ่วแน่” เพราะสภาพในเทอมแรกที่เข้าไป มันไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้กับตอนแรกเลย

รวมทั้งเพื่อน รุ่นพี่ กิจกรรมและวัฒนธรรมบางอย่างที่อยู่ภายใน มันทำให้ไม่มีความสุขเลยที่จะอยู่ในคณะ

พอผ่านมาเทอมสอง เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่บอกกับตัวเองว่า “เฮ้ย มึงไม่ต้องซึ่วหรอกว่ะ”

มันอาจจะเป็นความกลัว อาจจะเป็นความเคยชิน หรืออาจจะเป็นอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความคิดนี้ขึ้นมา

———————————————————

แต่พอเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ มีกระแสหลายทางเหลือเกินที่อยากให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ในการเรียนมหาวิทยาลัย

กระแสกดดันภายนอกมันส่งผลถึงจิตใจว่า “เอ๊ะ จะเอายังไงกับชีวิตดี”

———————————————————

ไหนๆ ก็ไหนๆ มาดูข้อดีข้อเสียในการซิ่วกับไม่ซิ่วดีกว่า

ซิ่ว

ข้อดี

  • กลับไปเริ่มต้นชีวิตปี1 ใหม่ ย้อนไปทำสิ่งที่ไม่ได้ทำ
  • ลองตั้งหลักชีวิตตัวเองอีกสักครั้งว่าใช่หรือไม่
  • มีโอกาสได้พบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่อยู่ต่างคณะ

ข้อเสีย

  • ไม่มีหลักประกันว่าหากซิ่วแล้วจะไม่เจอกับปัญหาเดิมๆ (สังคม วัฒนธรรม การเรียน)
  • ไม่อยากที่จะเรียกเพื่อนรุ่นเดียวกันว่าพี่ (อันนี้เป็นปัญหางี่เง่าส่วนตัวล้วนๆ)
  • หากไปแล้วมันไม่ใช่ อาจทำให้หมดความมั่นใจในการเรียนมหาวิทยาลัยได้
  • ไม่อาจกลับไปทำในสิ่งที่อยากทำได้ทุกอย่าง

ไม่ซิ่ว

ข้อดี

  • อยู่กับเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่นี่ต่อไป
  • ………

ข้อเสีย

  • ต้องทนฟังเสียงกดดันจากชาวบ้านไปเรื่อยๆ
  • สิ่งที่ได้รับอาจไม่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้
  • เสียโอกาสบางอย่างไปแบบไม่สามารถย้อนกลับมาได้

———————————————————

สรุปสุดท้าย

ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ

  • ความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าตัวเองตัดสินใจดีแล้วหรือไม่ ยังสองจิตสองใจ เสียดายในสิ่งที่ผ่านไปอยู่
  • การปรับตัวเอง ที่ไม่ยอมเข้าหาสังคม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วอยากเข้าไปทำความรู้จัก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงใช้วิธีการหลีกหนีแทน

สุดท้าย คนที่จะตัดสินใจในชีวิตต่อไป คือ ตัวกูเอง

ฉะนั้น เลือกได้แล้วนะโว้ย!!!

Tags: , ,

17 ก.ค. 10 เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับนิเทศศาสตร์รุ่นที่ 46

ว่างๆ (แหม ว่างจังนะมึง) เลยลองรวบรวมรายชื่อเพื่อนๆ มาเก็บไว้ดู

หลังจากทำก็เก็บสถิติได้หลายอย่างเลย

(สถิติที่เก็บมานี้อ้างอิงจากข้อมูลที่รวบรวมจากผลการคัดเลือกของ สอท. ไม่รวมของโครงการจุฬาฯ ชนบทและพัฒนากีฬาชาติ ดังนั้นข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง 100% แต่ก็เชื่อถือได้อยู่หรอกน่า)

  • ปีนี้มีนิสิตใหม่ระดับปริญญาตรีระบบทวิภาค (ภาคไทย) 164 คน ทวิภาค-นานาชาติ (ภาคอินเตอร์) 82 คน (อ้างอิงจาก สทป.สาร)

(ข้อมูลหลังจากนี้จะเป็นข้อมูลของภาคไทยทั้งหมด เพราะกูไม่มีผลของภาคอินเตอร์นะจ๊ะ)

  • นิสิตปีนี้มาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามากที่สุด (27 คน) ตามมาด้วยสตรีวิทยา (9 คน) มาแตร์เดอีวิทยาลัย (8 คน)

ตารางแสดงจำนวนโรงเรียนที่มีนักเรียนผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะนิเทศศาสตร์ในระบบทวิภาคมากกว่า 1 คน

    โรงเรียน จำนวน (คน)
    เตรียมอุดมศึกษา 27
    สตรีวิทยา 9
    มาแตร์เดอีวิทยาลัย 8
    เซนต์โยเซฟคอนเวนต์
    ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
    สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    5
    เบญจมราชาลัย
    ราชินีบน
    หาดใหญ่วิทยาลัย
    4
    จิตรลดา
    เทพศิรินทร์
    บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
    ราชินี
    ศึกษานารี
    สาธิตมศว. ปทุมวัน
    อัสสัมชัญคอนแวนต์
    3
    นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
    นวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา
    โพธิสารพิทยากร
    โยธินบูรณะ
    วัฒนาวิทยาลัย
    สตรีวิทยา ๒
    สาธิตมศว. ประสานมิตร
    สารวิทยา
    อัสสัมชัญศรีราชา
    2

สังเกตได้ว่าโรงเรียนหญิงล้วนเขามาแรงจริงๆ นะ ทั้งสตรีวิทย์ มาแตร์ เซนต์โย ราชินีบน ราชินี ศึกษานารี อัสสัมชัญคอนแวนต์ วัฒนา แล้วเทียบกัยโรงเรียนชายล้วน หลุดมาเท่าไหร่กันเชียว (ส่วนเตรียมนี่ก็เหมือนโรงเรียนหญิงล้วนละ ในนี้มีผู้หญิงไปแล้ว 23 เหลือ “เพศ”ชาย 4 (ชายแท้ไม่แท้ไม่ทราบได้)

เอ กูลืมไป ช ญ ล้วนใช่ว่าจะเป็น ช ญ แท้นี่หว่า…

  • ในปีนี้มีนิสิตที่ไม่ได้จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี 2552 อยู่ 9 คน (จบปี 2551 8 คน ปี 2550 1 คน)
  • ชื่อเล่นที่มีคนใช้ซ้ำมากที่สุดคือ แนน,มิ้น (3 คน) เจมส์,บอส,บี,พิม,พีท,เฟิร์น,มิ้ม,เอิร์ท (2 คน) (นับจากเสียงนะจ๊ะ เพราะบางคนมันสะกดแปลกๆ เยอะแยะ)
  • ตัวอักษรขึ้นต้นของชื่อจริงที่ซ้ำมากที่สุดคือ อ (18 คน) ก (16 คน) พ (15 คน) ส,ว,ธ (12 คน) จ (10 คน) ช,ณ,ป (8 คน) ภ,ร (7 คน)
  • ในปีนี้มีนิสิตที่ผ่านเข้าศึกษาในระบบรับตรงเพียง 3 คน (รับสูงสุด 10 คน)

เอาเป็นว่าพอแค่นี้ดีกว่า ชักหมดไอเดียที่จะมาเล่นล่ะ…

ถ้าอยากรู้สถิติอะไรเพิ่มเติมก็บอกได้นะเออ เผื่อจะไปนั่งหามาให้…

ว่าแต่ จะสอบ Exp Eng วันที่ 24 แล้วนี่หว่า ทำไมกูยังไม่เตรียมพร้อมอีกวะ?

Tags: , ,

Creative Commons License บล็อกส่วนตัว เรื่องส่วนตัว บนโลกส่วนตัว ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.