msgbartop
เรื่อยๆ เปื่อยๆ กับ kasemsakk
msgbarbottom

25 ส.ค. 10 ร่ายเรียงความรู้สึกไปเรื่อย

อยากเขียนบล็อกที่ระบาความรู้สึกที่ผ่านมาสักที แต่ก็ไม่มีโอกาส ได้แค่พล่ามลงไปใน Twitter ไปเรื่อยๆ ไม่ได้แก่นสารอะไร

ไหนๆ ก็ไหนๆ หาเวลา + อารมณ์ปลีกตัวมาเขียนได้แล้วก็นะ เริ่มเลยดีกว่า

– เปิดเทอมมาได้เกือบๆ 3 เดือนล่ะ ในรั้วมหาวิทยาลัยนี่ก็มีอะไรน่าทำเยอะแยะเลยนะ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ได้ทำสักเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่เวลามันก็พอมีนะ 
  อาจเป็นเพราะความขี้เกียจ หรือมีอะไรบางอย่างที่ปิดกั้นโอกาสนั้นไป?

– สิ่งที่อยากทำอย่างนึงก็คือการเข้าไปทำความรู้จักเพื่อนต่างคณะสักหน่อย เพราะจริงๆ ตึกเรียนนั้นก็ไปอาศัยหยิบยืมชาวบ้านเขาหมด (ทั้งตึกมหิตลาธิเบศร ตึกพินิจประชานาถ ไม่ใช่ตึกคณะตัวเองทั้งนั้น…) เจอนิสิตคณะอื่นเขาผูกเน็กไท ใส่รองเท้าขาวมีถุงเท้าก็อยากเข้าไปคุยบ้าง (ไม่ได้ม่อนะโว้ย!) แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี…
   หลายคนก็บอกว่าการเข้าชมรมก็เป็นหนทางดีในการทำความรู้จักกับเพื่อนต่างคณะ แต่ช่วงที่เปิดชมรมก็ดันไม่ได้ไปดูซะนี่… (เพราะอะไรเดี๋ยวเขียนต่อ) ไอ้ที่เจอๆ กันริมทางจะเข้าไปทักก็เดี๋ยวเขาจะตกใจ หรืองงว่ามึงจะมาทำอะไรกู เพื่อนในห้องเรียนวิชาเรียนรวมก็อยากไปคุยนะ แต่ก็เหมือนเดิมว่ามันไม่กล้าเข้าไป
   ยังดีที่ได้เข้าชมรมสภานิสิต (ไหนบอกเข้าไม่ทันไง?) ก็เลยพอมีเพื่อนอยู่ครุบ้าง อยู่บริหารบ้าง รวมทั้งเพื่อนที่เคยคุยกันในเน็ตกับที่เคยเจอตอนไปเข้าค่าย ก็ยังดีที่มีเพื่อนบ้างนิดหน่อย (ถึงแม้โอกาสในการคุยจะน้อยเหลือเกิน)
   สรุป จะทำยังไงดีหว่า…

– เรื่องต่อมามาพูดถึงคณะดีกว่า เข้ามา 3 เดือนกว่าๆ (รวมปิ๊ดปิ้ว) ก็ได้ทำความรู็จักเพื่อนไปเยอะอยู่ รุ่นพี่ด้วย แต่ก็เหมือนกัน มันก็เหมือนแค่รู้จัก ไม่ได้คุย ไม่ได้สนิทอะไรด้วยมากเท่าคนอื่น
   เวลาเห็นเพื่อนคนอื่นเขาคุยกันสนุกสนาน ก็อยากเข้าไปร่วมวงด้วย จริงๆ แล้วมันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่เวลาส่วนใหญ่ก็มาอยู่กับตัวเองมากกว่า
   บางเวลามันก็อยากจะมีใครบางคนมาอยู่ข้างๆ เหมือนกันนะ ยิ่งเวลาเห็นเพื่อนผู้หญิงเขาสนิทสนมกัน กอดกันนี่ยิ่งรู็สึกหนักไปกันใหญ่…
   พูดถึงกิจกรรมในคณะบ้าง จะว่ามันเยอะไหมก็ไม่เยอะนะ แต่ว่ามันเป็นกิจกรรมใหญ่เท่านั้นเอง มันก็คือละครเวทีนั่นแหละ เตรียมการมานานตั้งแต่เปิดเทอม มาเริ่มต้นจริงจังก็หลังห้องเชียร์ แล้วก็เรื่อยมา กิจกรรมใหญ๋ก็เป็นสิ่งที่วัดได้เหมือนกันในเรื่องของการจัดสรรเวลา บางคน (เช่นกู) จัดสรรเวลาไม่ดี แบ่งเวลาไม่ถูก ก็พาลทำให้การเรียนเสียตามไปด้วย (โถ…พ่อคนขยัน ถุย!) เป็นปัญหาใหญ่เลยล่ะ

จริงๆ มันก็อยากเขียนต่ออีกหล่ะนะ แต่แม่งขี้เกียจอีกแล้ว! แล้วอารมณ์ในการเขียนก็ดันหมดอีกแล้วนะสิ

เมื่อไหร่อาการแบบนี้มันจะหายไปสักทีวะ!

Tags: ,

Creative Commons License บล็อกส่วนตัว เรื่องส่วนตัว บนโลกส่วนตัว ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.